หน้าหลัก Uncategorized

kaidee รถใหม่ รีวิวรถใหม่ – Kaidee Auto

178 views

kaidee รถใหม่ รีวิวรถใหม่ - Kaidee Auto
kaidee รถใหม่ รีวิวรถใหม่ - Kaidee Auto

kaidee รีวิว Honda Civic โฉมใหม่ สุดยอดยนตรกรรมราคาโดนใจแห่งปี 2020

kaidee รีวิว Honda Civic โฉมใหม่ สุดยอดยนตรกรรมราคาโดนใจแห่งปี 2020 ถือเป็นรถขายดีอันดับต้น ๆ ของแบรนด์ฮอนด้าและยังคงได้รับความนิยมมาทุกยุคทุกสมัย และสามารถสร้างความฮือฮาได้ทุกครั้งที่เปิดตัวรวมถึงรุ่นล่าสุดที่พร้อมจะพาแฟน ๆ ของ Civic ไปอีกขั้น ด้วยการออกแบบภายนอกใหม่ยกตัวรถที่เน้นความสปอร์ตมากขึ้นเพิ่มความเร้าใจและความมั่นใจที่ไร้ขีด จำกัด

รูปลักษณ์ภายนอก

เริ่มต้นความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตร่วมกับไฟหน้าดีไซน์ล้ำสมัย พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน LED Daytime Running Light ไฟท้าย LED เป็น C-Identity ที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Civic ตามด้วยกันชนท้ายตกแต่งด้วยโครเมียมเพิ่มความโฉบเฉี่ยว แต่ไม่ทิ้งความหรูหราช่วยให้รถดูดีขึ้นไปอีกระดับ ล้อทำจากล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วที่ดึงดูดทุกสายตา เล่นสล็อตอย่างชาญฉลาด

ภายในห้องโดยสาร

ย้ายมาไว้ด้านในรถแล้วคราวนี้เราขอเน้นความพรีเมียมในการตกแต่งเต็มไปด้วยวัสดุคุณภาพเพิ่มความโดดเด่นด้วยเบาะหนังสีดำ ให้ความรู้สึกสงบ แต่เพิ่มลูกเล่นให้ไม่จำเจด้วยด้ายสีแดงพร้อมพื้นที่ภายในกว้างขวางนั่งสบายไม่ว่าจะเดินทางไกลแค่ไหนก็สามารถผ่อนคลายได้ทุกการเดินทาง slot

HONDA CIVIC ถือเป็นรถรุ่นสำคัญของฮอนด้าที่ประสบความสำเร็จในตลาดรถยนต์เมืองไทยมาอย่างยาวนาน ซีดาน 4 ประตูและแฮทช์แบ็ก 5 ประตูที่เราได้มีโอกาสทดลองขับในครั้งนี้กับรุ่นท็อป HONDA CIVIC HATCHBACK 1.5 TURBO RS รุ่นปี 2020 ด้วยรูปลักษณ์ที่อัปเกรด และทางเลือกใหม่พร้อมเสริมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้าเซนซิง (Honda SENSING)

HONDA CIVIC HATCHBACK โดยพื้นฐานจะใช้ตัวถังด้านหน้า และมีฐานล้อแบบเดียวกับรถเก๋ง CIVIC แต่ระยะตัวถังจากเสากลางหรือ B-Pillar ถึงท้ายรถได้รับการออกแบบใหม่ โดยที่แนวหลังคาด้านหลังจะสูงกว่ารุ่นซีดานเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกด้านหลังให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในขณะที่ระยะยื่นของรถด้านหลังสั้นลงเพื่อให้อารมณ์สปอร์ต นอกจากนี้ฝากระโปรงยังถูกปรับให้ต่ำลง และออกแบบให้กระจกบังลมหน้าหรือ A-Pillar บางลงช่วยลดปัญหาการบดบังมุมมองด้านหน้าทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายยิ่งขึ้น

HONDA CIVIC HATCHBACK 1.5 TURBO RS รุ่นปี 2020 เน้นความสปอร์ตโดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารด้วยสไตล์สปอร์ต RS รอบคันกระจังหน้าสีดำเงาแสดงโลโก้ RS และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นเดิมชัดเจน กันชนหน้า – หลังดีไซน์ใหม่ดูสปอร์ตทันสมัยยิ่งขึ้น มันเข้ากันกับรูปทรงของไฟหน้า LED พร้อมไฟ Daytime Running แบบ LED ในขณะที่ด้านหลังของรถนอกจากรูปทรง 5 ประตูอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น HATCHBACK

แล้วยังมีชุดไฟท้ายอีกด้วย C เป็น LED สีแดงสดสวยงามลงตัวกับตัวรถ มองลงไปโชว์ท่อไอเสียโครเมียมคู่ตรงกลางตัดกันชนทรงสปอร์ต และที่ขาดไม่ได้คือล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่แบบ 5 ก้าน 17 นิ้วสีทูโทนเรียกว่ารูปลักษณ์โดยรวมดูหล่อเข้มให้ความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวจากโรงงานแทบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเพิ่มเติมเลย แต่ถ้าอยากแตกต่างก็แค่หาล้อแม็กยอดนิยมของญี่ปุ่นมาใส่เท่านี้ก็หล่อไม่แพ้ใครบนท้องถนน

ภายในห้องโดยสารยังคงการออกแบบอุปกรณ์พื้นฐานเช่นเดียวกับรุ่นเดิม

เน้นความกว้างขวางสะดวกสบายใกล้เคียงรถเก๋งหรู แต่ยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมด้วยเทรนด์ใหม่สไตล์สปอร์ต RS ด้วยเบาะหนังสีดำและด้ายแดงพร้อมกับการตกแต่งคอนโซลสีดำเปียโนและแผงหน้าปัดพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT รุ่นเดิมเป็นสีน้ำเงินเปลี่ยนเป็นสีแดง เพิ่มความตื่นเต้น ซึ่งแผงหน้าปัดจะควบคุมการทำงานจากสวิตช์ที่คอพวงมาลัยด้านซ้ายแสดงทั้งมาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ เว็บสล็อตยอดนิยม

มาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยสถานะการทำงานของเทอร์โบซึ่งล้อมรอบด้วยมาตรวัดความเร็วรอบขนาดใหญ่พร้อมมาตรวัดความเร็วแสดงตัวเลขดิจิตอลในขณะที่พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านหุ้มด้วยหนังสีดำพร้อมด้ายสีแดงเพื่อเพิ่มความเร้าใจแป้นคันเร่งและเบรกโครเมียมสไตล์สปอร์ต และด้านหลังในโซนผู้โดยสารแม้ว่าตัวถังจะดูสั้นกว่ารุ่นซีดาน แต่ก็ยังนั่งได้สบายที่วางขาเพียงพอบวกพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่เบาะหลังสามารถพับแยกแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มความจุใน หลากหลายวิธี

ส่วนออพชั่นอินเทรนด์สามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ด้วยฟังก์ชั่นล้ำสมัยและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องเสียงพร้อมหน้าจอ Advanced Touch ขนาด 7 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อมคอนโซลกลางที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “Tech Center” เป็นศูนย์เทคโนโลยี. สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชั้นด้านล่างติดตั้งช่องเสียบ USB พร้อมช่องต่อ HDMI และปลั๊กไฟสำรอง

เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนที่เป็นระเบียบนอกจากนี้ยังมีตัวเลือกที่น่าสนใจที่รถยนต์สมัยใหม่ควรมี ทั้งระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบปุ่มกดพร้อมระบบสตาร์ทเครื่องยนต์เปิดเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมทสามารถสั่งการได้จากระยะไกลเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทางและติดตั้ง กล้องมองหลังการปรับมุมมอง 3 ระดับในจังหวะที่เกียร์เปลี่ยนไปที่ตำแหน่งเกียร์ถอยหลังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการจอดรถเป็นอย่างมาก

ในโซนควบคุมที่โดดเด่นที่พวงมาลัยแบบสปอร์ต 3 ก้าน

พร้อม paddle shif และระบบมัลติฟังก์ชั่นที่สามารถสั่งการระบบต่างๆได้อย่างครบถ้วนโดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยก้านด้านซ้ายมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียง , ปุ่มรับโทรศัพท์, ปุ่มควบคุมข้อมูลการขับขี่. และคันโยกด้านขวาติดตั้งปุ่มควบคุมระบบความปลอดภัยใหม่และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันและระบบช่วยเตือนรถให้อยู่ในช่องจราจร

HONDA CIVIC HATCHBACK 1.5 TURBO RS ท้าทายทุกความเร้าใจด้วย DOHC VTEC TURBO 1.5 ลิตรสี่สูบ 16 วาล์วกำลังสูงสุด 173 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาทีแรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน – เมตรที่ 1,700-5,500 รอบ ต่อนาทีด้วยเทคโนโลยีไดเร็คอินเจคชั่น (Direct Injection) ส่งเชื้อเพลิงตรงไปยังห้องเผาไหม้ได้อย่างแม่นยำ ให้สมรรถนะการขับขี่เทียบเท่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร แต่มีความประหยัดน้ำมันเช่นเดียวกับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร

การส่งกำลังทำได้อย่างรวดเร็ว และต่อด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ทันสมัยซึ่งระบบขับเคลื่อนทั้งหมดได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยี Earth Dream ที่สามารถรองรับกำลังในรอบสูงได้ดีกับความเร็วที่สัมพันธ์กับเครื่องยนต์ ทำให้การขับขี่สนุก และนุ่มนวลตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดความเร็วที่สามารถเร่งแซงได้อย่างมั่นใจหรือหากใครเป็นนักแข่งรถทางไกลที่ต้องการยืดถนนในถนนโล่ง ๆ ด้วยการลากสูงและใช้ความเร็วมากให้เข้าสู่โหมดเกียร์ S และ จัดการเปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยตัวเองด้วยแป้นพายให้ความสนุกเร้าใจอารมณ์ที่เต็มไปด้วยรถสปอร์ต

สมรรถนะความแรงโดยรวม

แล้วต้องบอกว่าให้อารมณ์เดียวกับรถเก๋งที่ใช้เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบบล็อกเดียวกัน มีทั้งลูกหนักและลูกเบานั่นคือถ้าจะดึงแรงดึงก็มีให้เห็นตั้งแต่จังหวะเริ่มต้น ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม. / ชม. ใน 9 วินาทีรวมถึงการเร่งความเร็วอย่างรวดเร็วในช่วงความเร็วสูงนั้นเชื่อถือได้ แต่ถ้าเป็นลูกเบาให้ขับไปเรื่อย ๆ ใช้งานทั่วๆไปความนุ่มนวลของเครื่องยนต์ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ขับสบายควบคุมง่ายเราพยายามขับนอกเมืองด้วยความเร็วประมาณ 80-100 กม. / ชม. Ufabet

รอบเครื่องยนต์ค่อนข้างต่ำที่ 1,300-1,600 รอบต่อนาทีซึ่งเป็นตัวเลขที่ประหยัดหลังจากลองหลายครั้ง หลายสภาพเส้นทางค่าเฉลี่ยที่แสดงบนแผงหน้าปัดใกล้เคียงกันคือประมาณ 18-20 กม. / ลิตร (ขับโดยเหยียบคันเร่งตลอดความเร็วไม่กดคันเร่งคิกดาวน์แรง ๆ สำหรับเทอร์โบ) ขับทางไกลที่ ความเร็วคงที่ นั่นถือว่าใกล้เคียงกับรถอีโคคาร์ แต่ในช่วงการจราจรความเร็วต่ำในเมืองจะสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าอย่างชัดเจนที่ 9-11 กม. / ลิตร

สำหรับการควบคุมรถทั้งทางตรงและการขับขี่ในมุมที่รู้สึกได้อย่างชัดเจนด้วยระบบพวงมาลัยที่ตั้งน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม มีความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวสูง สำหรับเทคโนโลยี ความปลอดภัยใหม่ Honda SENSING ที่เพิ่มเข้ามาใน HONDA CIVIC HATCHBACK ระบบนี้จะรวมเรดาร์กับกล้องหน้าเพื่อตรวจจับสภาพแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถในทุกสถานการณ์การขับขี่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้ร่วมทางบนท้องถนน

Honda SENSING ประกอบด้วยระบบเบรกเพื่อลดการชน (CMBS), ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันพร้อม Adaptive Cruise Control พร้อมการติดตามความเร็วต่ำ : ACC พร้อม LSF), ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (LKAS), ระบบลดการออกนอกถนนพร้อมคำเตือนการออกนอกช่องทาง: RDM พร้อม LDW ) และติดตั้งระบบไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam – AHB)

เริ่มทดลองขับด้วยระบบเตือนคนเดินถนนและการชน ด้วยระบบช่วยเบรกเป็นระบบที่เตือนให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วของรถเมื่อมีรถอยู่ข้างหน้า หรือคนเดินถนนในระยะที่ไม่ปลอดภัยระบบจะแจ้งเตือนผ่านจอแสดงข้อมูลบนแผงหน้าปัด และส่งสัญญาณเตือนรวมถึงพวงมาลัยสั่นในกรณีที่มีรถอยู่ในทาง ซึ่งหากผู้ขับขี่ยังคงไม่ตอบสนองหรือในกรณีที่เสี่ยงต่อการชนระบบช่วยเบรกโดยอัตโนมัติ จนกว่าผู้ขับขี่จะตื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ

ระบบควบคุมความเร็วคงที

่แบบแปรผันพร้อมการปรับความเร็วรถด้านหน้าความเร็วต่ำ เป็นระบบช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ผู้ขับตั้งไว้ และระบบจะปรับความเร็วโดยอัตโนมัติพร้อมกล้องและเรดาร์ตรวจจับรถคันหน้าเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสมจากรถคันข้างหน้าสามารถปรับระยะได้ 4 ระดับที่ปุ่มบนพวงมาลัย และในการขับขี่เมื่อรถคันหน้าลดความเร็วรถของเราก็จะลดความเร็วลงตาม เมื่อเพิ่มความเร็วก็จะเพิ่มตาม แต่ไม่เกินความเร็วที่ตั้งไว้ ในระบบนี้เราได้ทดสอบความเร็วหลายช่วง

ถือว่าทำงานได้ดีมากคุณสามารถตั้งระบบให้ทำงานได้ตั้งแต่ช่วงความเร็วต่ำ 30 กม. / ชม. ขึ้นไปโดยกดปุ่ม MAIN ที่คอพวงมาลัยด้านขวา แผงหน้าปัดจะแสดงคำว่า ACC แสดงว่าระบบพร้อมทำงานเมื่อเร่งความเร็วเกิน 30 กม. / ชม. ขึ้นไปสามารถกดปุ่มที่คำว่า SET – ล็อกความเร็วตัวแปรอัตโนมัติเพื่อทำงานทันที หากคุณต้องการเพิ่มความเร็วตามสภาพเส้นทางคุณสามารถกดปุ่ม RES + โดยไม่ต้องกดแป้นคันเร่ง จุดสังเกตเมื่อระบบ ACC

ทำงานสมบูรณ์เรดาร์ตรวจจับรถคันข้างหน้าจะมีภาพรถพร้อมกราฟฟิคแสดงเหนือตัวเลขที่เราล็อกความเร็วและในกรณีที่ผู้ขับขี่กดคันเร่งด้วยตนเอง ACC จะปิดใช้งานชั่วคราว และจะกลับมาทำงานต่อเมื่อความเร็วลดลงขณะที่เราล็อก แต่หากผู้ขับขี่จำเป็นต้องกดเบรกที่รถเองระบบจะปิดการใช้งานทันที จำเป็นต้องกดล็อคความเร็วใหม่เพื่อให้ระบบทำงานอีกครั้ง ระบบนี้ถือเป็นตัวช่วยในเรื่องความปลอดภัยจากการชนท้ายได้เป็นอย่างดี

Powered by